อ่านเรื่องเสียว น้าสาว และพี่สาว ในบ้านอยู่กันหลายคนครับ แม่ผม แล้วก็พ่อใหม่ พ่อใหม่มีลูกติดมาด้วย 2 คน ลูกสาวคนโตกับลูกชายคนเล็ก คนพี่นั้นอายุมากกว่าผม 2 ปี ส่วนน้องเค้าอายุน้อยกว่าผมปีกว่า แล้วก็มีน้าสาว ลูกพี่ลูกน้องของพ่อเลี้ยงวัยมากกว่าผม 3 ปี ทั้งหมด 6 คนอยู่ในบ้านหลังเดียวกันที่ทั้งพ่อเลี้ยงและแม่ผมร่วมก่อร่างสร้างตัวกันมาตั้งแต่ผมยังเด็กตัวเล็ก ๆ อยู่ แต่ก่อนฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็อบอุ่นดีเป็นปกติ พ่อเลี้ยงกับแม่ตั้งร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในระแวกบ้าน ผมและพี่สาวน้องชายลูกติดของพ่อเลี้ยงสนิทกันดี พวกเราเจอกันตั้งแต่เด็ก เล่นกันมา นอนด้วยกัน กินด้วยกัน เรียนด้วยกัน กิจกรรมทุกอย่างเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน พวกเราสนิทกันมากจนไม่ได้นึกว่าใครเป็นลูกใคร หรือพ่อใครแม่ใคร เดิมทีตอนเด็ก ๆ พวกเราก็นอนรวมกัน พอพี่สาวเริ่มโตพ่อก็กั้นห้องอีกห้องให้พี่สาวกับน้าสาวนอนด้วยกัน ส่วนผมกับน้องได้แยกออกมานอนด้านนอก ไม่ได้ทำห้องกั้นเหมือนห้องพ่อห้องแม่ หรือห้องพี่สาวน้าสาว เป็นเพียงนอนตรงกลางบ้านโดยมีตู้เสื้อผ้ากั้นเป็นพื้นที่สำหรับที่นอนเท่านั้น ส่วนบ้านก็ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนที่ร่มรื่นสบาย ๆ ตามสไตล์บ้านกลางธรรมชาติ จะลำบากนิดหน่อยก็ตอนฝนตก นอกนั้นก็สบายดี น้าสาวไม่ได้เรียน มีเพียงพวกผมสามคนเท่านั้นที่ได้เรียนกัน ตั้งแต่ตอนยังเด็ก ๆ อยู่ ก็มีน้าสาวเนี่ยแหละที่คอยดูแลพวกเรา ลำพังพี่สาวก็พอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว ส่วนผมกับน้องนั้นยังเป็นหน้าที่ของน้าสาวที่ต้องคอยดูแล ทั้งเรื่องการบ้าน อ่านหนังสือ อาบน้ำ กินข้าว เข้านอน ตื่นนอน แต่งตัว สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยจนเป็นประจำที่ผมและทุก ๆ คนในบ้านคุ้นเคย ก็คือการที่ผมกับน้องชายมักแก้ผ้าอาบน้ำโทง ๆ กันหลังบ้าน ถามว่าห้องน้ำมีมั้ย แน่นอนต้องมี แต่เรื่องของเรื่องคือ น้าสาวมักพาพวกผมแก้ผ้าอาบน้ำอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว แม้โตมา 10 กว่าปีแล้ว น้าสาวก็มักเคี่ยวเข็นให้ผมกับน้องชายแก้ผ้าอาบน้ำหลังบ้านอยู่เป็นประจำ โดยน้าสาวมักจะอาบให้เสมอ ๆ จำได้ว่าจะโดนดุอยู่เป็นประจำว่าอาบน้ำกันเองไม่ค่อยสะอาด หลัง ๆ มาดูน้าสาวจะชักชวนอาบน้ำให้ผมคนเดียวอยู่เสมอ ๆ จากอาบน้ำให้ทั้งผมและทั้งน้องชาย ก็ค่อย ๆ เว้นความถี่ที่จะอาบคู่ มาเป็นอาบเดี่ยวแทน ผมเองก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก มาเอะใจก็ตอนที่ผมชักโตขึ้นบ้างแล้ว น้าสาวก็มักพาผมแก้ผ้าอาบน้ำอยู่เป็นประจำ วัย 12-13 ปีก็พอรู้สึกรู้สาอะไรบ้างแล้ว แม้สรีระจะยังไม่บ่งบอกถึงความเป็นผู้ใหญ่ให้เห็น นั่นคือไอ้จู๋ก็ยังไม่ได้ใหญ่โตมโหรานอะไร ขนก็ยังไม่มีขึ้น แต่ความรู้สึกมันก็ย่อมมีบ้าง ช่วงนั้นก็ถือว่าสับสนอยู่เหมือนกัน คือผมค่อนข้างชอบและมีความสุขในยามที่น้าสาวพาผมอาบน้ำ ผมรู้สึกว่าไอ้จู๋ผมมันโด่ได้ ยิ่งช่วงที่น้าสาวใช้มือฟอกสบู่ถูไปมาบริเวณไอ้จู๋ผม แล้วช่วงที่น้าสาวพาผมแก้ผ้าอาบน้ำเพียงลำพังนั้น ส่วนมากจะเป็นช่วงที่พ่อแม่ไม่อยู่ พี่สาวไม่อยู่หรือพี่สาวอยู่ก็อยู่ในบ้าน แล้วน้องชายก็ทำงานบ้านหรือการบ้านอยู่ข้างใน ตอนแรกนึกว่าเรียกอาบทีละคน หลัง ๆ มาถึงรู้ว่าสำหรับน้องชายนั้นไม่ค่อยเรียกอาบน้ำบ่อยเท่าผมนัก กลายเป็นว่านอกเหนือจากที่จะสนิทสนมกับทุกคนเป็นปกติแล้ว ยังค่อนข้างที่จะคลุกคลีกับน้าสาวมากและบ่อยค่อนข้างเป็นพิเศษ อะไรหลาย ๆ อย่างก็เกิดจากการพูดคุย สอบถามจากน้าสาวเนี่ยแหละ โดยเฉพาะเรื่องจู๋เรื่องจิ๋มเนี่ยแหละที่มักคุยกันบ่อย แล้วที่รู้จักเรื่องชักว่าวก็มาจากน้าสาวเนี่ยแหละ ขนยังไม่ขึ้นเลยรู้จักเรื่องพวกนี้แล้ว ช่วงอาบน้ำที่ต้องแก้ผ้าล่อนจ้อนหมด ส่วนน้าสาวอยู่ในชุดปกติทั่วไป ช่วงที่ตักน้ำราดบนตัว ช่วงที่ฟอกสบู่ไปมา มือของน้าสาวที่ลูบไล้ฟองสบู่ให้ทั่วตัว มือน้าสาวที่ผ่านซอกไข่ลำตัวไอ้จู๋ มันแข็งโด่ขึ้นมา ตอนนั้นมันมีขนาดเพิ่มขึ้นจากที่หดอยู่เพียงประมาณเท่าตัวเองเห็นจะได้ น้าสาวฟอกสบู่ทำความสะอาดไอ้จู๋แบบกำมือแล้วรูดเข้ารูดออกจนมันแข็งโด่ ผมเองที่ยังไม่รู้จักอะไรเรื่องพวกนี้ รู้สึกอย่างเดียวว่ามันเพลินดีจังเลยที่น้าสาวทำอย่างนี้ ผมถามแบบซื่อ ๆ ว่าถ้าโตขึ้นแล้วจะเป็นยังไงบ้าง น้าสาวให้ข้อมูล บอกว่าตรงนี้จะมีขนขึ้น น้าสาวพูดไปพร้อมกับวาดนิ้วไปรอบ ๆ บริเวณ ส่วนไอ้จู๋เนี่ยก็จะใหญ่กว่านี้อีกหลายเท่า ผมถามต่อถึงสรีระของผู้หญิง น้าสาวมักจะไม่ค่อยให้ข้อมูลตรงนี้มากนัก ตอบคร่าว ๆ ว่ามันก็ไม่ได้มีแบบจู๋เป็นท่อน ๆ ดุ้น ๆ ยื่นออกมา แต่จะเป็นร่องเป็นรูแทน ผมเคยถามอย่างซื่อ ๆ ด้วยว่า แล้วผู้หญิงเค้ามีขนขึ้นกันด้วยรึเปล่า น้าสาวตอบพร้อมเสียงหัวเราะในความไร้เดียงสาของผม มีสิ ทำไมจะไม่มี ผมเคยทะลึ่งด้วยเหมือนกัน ถามหาของน้าสาวเลย ถามว่าแล้วของน้าสาวเป็นยังไง มีขนขึ้นรึยัง เป็นร่องแบบไหน เป็นรูแบบไหน ให้ดูบ้างได้มั้ย แต่สิ่งที่ตอบกลับมาค่อนข้างจริงจังมาก น้าสาวเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นคนละคนเลย น้าสาวจะดุในคำถามที่ผมพูดออกไป พร้อมกำชับไม่ให้พูดจาอย่างนี้อีก หลายต่อหลายอย่าง ทำเอาผมหงอ กลัว และไม่กล้าที่จะพูดหรือแสดงกิริยาอย่างนั้นออกไปอีกเลย แต่ก็อดสงสัยอยู่ลึก ๆ เหมือนกันว่าของน้าสาวแล้วก็ของผู้หญิงทั่วไปเค้าเป็นยังไง ไอ้เคยเห็นน่ะก็เคยเห็นมาบ้าง ลูกสาวหลานสาวคนข้างบ้านที่ปลูกอยู่ห่าง ๆ ออกไป แต่เค้าก็ตัวกะเปี๊ยกอยู่เลย เคยเห็นมาก็แค่นั้นแหละ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรนะ เพราะยังเด็กด้วยกันทั้งคู่ จนหลายต่อหลายครั้งที่ผมกับน้าสาวพูดคุยกันเรื่องพวกนี้ระหว่างที่น้าสาวกำลังอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณให้กับผมอยู่ ความรู้สึกที่ได้รับ สิ่งที่พูดคุยก็เข้าหู สมองก็คิดตาม ร่างกายก็เปลี่ยนแปลง ระหว่างที่น้าสาวรูดมือเข้าออกที่ไอ้จู๋ผมนั้นผมมีความสุข พอปล่อยมือผมรู้สึกมันค้างคายังไงพิกล แรก ๆ ก็ไม่กล้าบอกความรู้สึกอย่างนั้นออกไป แต่พอสนิทกันมากกว่าเก่า อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากบอกไปถึงความรู้สึกขาดช่วงเมื่อน้าสาวปล่อยมือจากไอ้จู๋ไปตอนฟอกสบู่ น้าสาวก็เลยสอนให้ทำเอง โดยเริ่มต้นที่น้าสาวทำให้ดูเป็นระยะ ๆ แล้วปล่อยให้ผมทำให้ดู สลับกันไปมาอย่างนี้ ช่วงที่ผมได้อยู่กับตัวเองคนเดียวตามลำพัง ผมทดลองจับไอ้จู๋ของตัวเองเล่น มันก็มีแข็งโด่บ้าง ก็รู้สึกสนุกบ้าง แต่ยังไงมันก็ยังไม่เท่าที่น้าสาวทำให้ดู หรือไม่เท่ากับที่ทำเองโดยมีน้าสาวคอยสอนคอยดูคอยกำกับอยู่ จนเป็นที่รู้กันเลยว่า ถ้าพ่อแม่ยังไม่กลับมา พี่สาวน้องชายอยู่ในตัวบ้าน ผมเองก็ระริกระรี้อยากให้น้าสาวไปอาบน้ำให้ น้าสาวเองก็ตอบสนอง แบบว่ารู้เลยถ้าผมวิ่งแจ้นมาหา น้าสาวบอกให้ไปรอได้เลย เดี๋ยวจะเดินตามไป ผมแก้ผ้าตั้งแต่อยู่ในบ้านเลย น้องเนิ้งไม่เคยนึกถึง ไม่เคยชวนเลย แก้ผ้าได้ก็แจ้นออกไปหลังบ้าน น้าสาวเดินออกมาไอ้จู๋ผมก็แข็งโด่รออยู่แล้ว หลังมา ระหว่างน้าสาวอาบน้ำให้ ผมก็มักจับไอ้จู๋ของตัวเองเล่นไปพลาง ๆ พร้อมด้วยการรูดไอ้จู๋เข้าออกตามที่น้าสาวสอนมา ผมรู้สึกมีความสุข รู้สึกสนุกที่ได้ทำอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นรสชาติของมือน้าสาว หรือเป็นน้ำมือของผมเองโดยมีน้าสาวคอยดูพฤติกรรมท่าทางอยู่เคียงข้าง เท่านั้นก็มีความสุขเป็นไหน ๆ แล้ว แต่ช่วงนั้นผมยังไม่รู้นะ ยังไม่รู้จักว่าจุดสุดยอดเป็นยังไง แค่สุขและสนุกช่วงที่ทำก็พึงพอใจแล้ว อาบน้ำเสร็จแต่งตัวเสร็จก็เสร็จกัน แม้ระหว่างเช็ดตัวแต่งตัวไอ้จู๋ก็ยังแข็งอยู่ก็ตาม มีรูดเข้าออกบ้าง แต่พอปะแป้งแล้ว แต่งตัวแล้วก็แล้วกันไป เรียบร้อยไปวัน ๆ ************************************************ จนตัวเองเริ่มมีขนอุยขึ้นรอบ ๆ บริเวณเนินไอ้จู๋ ผมเองไม่ได้สังเกตหรอก น้าสาวที่อาบน้ำให้ผมอยู่นั้นเป็นคนบอกว่าผมเริ่มจะมีขนขึ้นแล้วนะ พร้อมกับชี้ให้ดู ผมจึงสังเกตเห็น แต่ด้วยความที่แก้ผ้าอาบน้ำต่อหน้าน้าสาวมาโดยตลอดช่วงที่ผ่านมา แม้จะมีความรู้สึกอาย ๆ บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ต้องเลิกแก้ผ้าอาบน้ำอย่างนี้ซักที เมื่อรู้ตัวเองว่าเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ความคึกคักในอารมณ์ก็มีมากขึ้น ผมไม่ได้สังเกตขนาดของตัวเองหรอกว่ามันเติบโตมากน้อยเพียงใด รู้สึกว่ามันก็เหมือนเดิม แต่น้าสาวบอกผมเป็นระยะ ๆ ยิ่งช่วงหลัง ๆ มานี่มักบอกผมพร้อม ๆ กับที่บอกว่าเริ่มมีขนอุยขึ้นแล้ว น้าสาวก็จะบอกว่าไอ้จู๋ของผมนั้นมันก็ขยายเติบโตใหญ่ขึ้นกว่าเก่าแล้ว ความคึกคักตรงนี้เอง บวกกับความรู้สึกที่เป็นไปตามธรรมชาติ ระหว่างที่น้าสาวใช้มือลูบไล้สบู่ไปทั่วบริเวณ พร้อมกับรูดมือเข้าออกที่ลำตัวไอ้จู๋ผม เมื่อน้าสาวปล่อยมือ ผมถึงกับบอกเชิงร้องขอให้น้าสาวทำแบบเมื่อกี้อีกได้มั้ย โชคเข้าข้าง น้าสาวยอมตามที่ผมบอก เมื่อไอ้จู๋ผมถูกสัมผัสด้วยมือของน้าสาวที่คุ้นเคยกันมา ความรู้สึกสุขสนุกก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ถึงกับหลุดปากเปล่งเสียงแผ่วเบาบอกน้าสาวว่าอย่าหยุด อย่าหยุด ต่อไปเรื่อย ๆ ผมยืนเกร็งตัว งอเข่าเล็กน้อย แอ่นไอ้จู๋ไปข้างหน้าสลับไปมากับการถอยสะโพกกลับอย่างช้า ๆ เป็นการกระเด้า แอ่นสะโพกตามจังหวะของมือน้าสาวที่รูดไอ้จู๋ไปมา ผมหลับตาพริ้ม เงยหน้าขึ้นฟ้า มือทั้งสองข้างปล่อยทิ้งข้าง ๆ ลำตัวกึ่งผละไปข้างหลัง ความรู้สึกปลดปล่อย มันทะลักออกจากภายใน เหมือนมีอะไรพุ่งออกไปผ่านลำกล้องไอ้จู๋ เหมือน ๆ หรือคล้าย ๆ จะเบ่งฉี่ออกไป แต่มันไม่ใช่ มันไม่ใช่ปวดฉี่ หรือฉี่ออกมา แต่เหมือนมันเป็นอย่างนั้น ผมเกร็งไปทั้งตัว ถึงกับหลุดปากอุทานเสียงแห่งความสุขที่ได้รับออกมาอย่างแผ่วเบา น้ำลายสลอไหลตามมุมปาก หน้าท้องเกร็งกิ่ว ตามมาด้วยอาการทนไม่ไหวที่จะให้ไอ้จู๋ต้องได้ถูกสัมผัสอย่างนี้อีกต่อไป ถึงกับเอื้อมไปยังมือน้าสาวให้หยุดการกระทำอย่างนั้นซะ มันทรมานเหลือเกิน ดูน้าสาวตื่นเต้นไม่แพ้กันที่เห็นผมเกิดอาการความรู้สึกอย่างนั้น พร้อมซักถามในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวผม ผมรู้สึกยังไง มันเป็นยังไง ผมตอบอะไรไม่ค่อยถูก เล่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่ค่อยได้ แต่รู้สึกอย่างเดียวว่ามันสุดแสนจะมีความสุขเป็นล้นพ้น น้าสาวสังเกตเห็นไอ้จู๋ของผมค่อย ๆ หดตัวทีละนิด ทีละนิด ซึ่งที่ผ่านมาจะไม่เป็นอย่างนี้ ตอนใส่กางเกงในไอ้จู๋ผมยังแข็งโด่อยู่เลย แต่ตอนนี้มันไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว มันค่อย ๆ หดลงเรื่อย ๆ น้าสาวอมยิ้มอยู่ในใจ สีหน้าแววตาแสดงออกซึ่งความตื่นเต้นที่ออกอาการควบคู่กับผมไปด้วย แล้วความรู้สึกอย่างนี้ก็เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ต่อไปเรื่อย ๆ จนรู้จักว่าความสุขขั้นสุดยอดมันเป็นยังไง จนรู้ว่าวิธีที่จะทำให้เกิดความสุขแบบนี้ต้องทำอย่างไร ซึ่งน้าสาวเองก็ดูจะเป็นธุระให้เกือบทุกครั้งไป น้าสาวก็รู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วยทุกครั้งไป ทั้งตั้งแต่ก่อนจะทำ ระหว่างทำ จนถึงช่วงทำจนเสร็จ ************************************************ แล้วช่วงเวลาที่แสนประทับใจก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อน้าสาวจัดการใช้มือกับไอ้จู๋ผมตามแบบฉบับเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่ผ่านมา แต่คราวนี้นอกจากความรู้สึกที่เกิดขึ้นอยู่ภายในแล้ว มันยังแสดงออกมาให้ได้เห็นได้รู้สึกถึงภายนอก ผมมีน้ำใส ๆ ข้น ๆ ปนกันพุ่งออกมาจากไอ้จู๋ผมเมื่อคราวจังหวะที่ผมถึงจุดสุขสุดยอด น้าสาวซึ่งเป็นคนสังเกตเห็นเป็นคนบอกผม ทำให้ผมรู้จักว่าอะไรเป็นอะไรมากขึ้น นี่ไงคือการชักว่าวที่ผมได้เรียนรู้ ผมไม่ได้เรียนรู้ด้วยตนเองเพียงลำพัง หากแต่ยังมีน้าสาววัยห่างจากผมเพียง 3 ปี ผมอายุ 13-14 น้าสาวก็อายุประมาณ 16-17 ปี ************************************************ หลังจากที่ได้รู้จักวิธีการชักว่าว วิธีปลดเปลื้องความใคร่แล้ว ก็มีเหตุการณ์ให้ต้องตื่นเต้นตามมา ปกติทุกครั้งที่ผ่านมา มันจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ สำหรับการที่ต้องแก้ผ้าให้น้าสาวคอยอาบน้ำให้ พี่สาวน้องชายที่อยู่ในบ้านก็ไม่ได้ออกมาให้เกิดการขัดจังหวะหรือขาดช่วงแต่ประการใด แล้วก็ไม่ใช่ว่าถี่แทบทุกวัน จะแล้วแต่จังหวะมากกว่า บางทีก็ห่างกันไปหลายวัน บางทีก็ข้ามสัปดาห์ บางทีก็ห่างกันไปหลายสัปดาห์ แล้วแต่สถานการณ์และเวลาที่จะเอื้อให้ได้ทำอย่างนั้น คราวนี้น้าสาวเป็นคนชวนผมแก้ผ้าอาบน้ำ ผมเองที่ไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว สถานการณ์และเวลาในช่วงนั้นก็ปกติเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา พี่สาวน้องชายก็อยู่ในบ้าน ผมแก้ผ้าแจ้นออกไปรอหลังบ้านแล้ว ไอ้จู๋ที่ผมเองก็สังเกตเห็นขนาดที่มันเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกัน มันมีขนาดที่พองตัว อ้วนท้วนมากกว่าเดิม ยื่นยาวมากกว่าเดิม แต่ก็นิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ได้ใหญ่โตมโหรานขนาดที่เห็นแล้วน่าตกใจ ขนอุยที่ขึ้นเป็นไร ๆ เกิดขึ้นให้สังเกตเห็นได้ ผมรู้สึกรักไอ้จู๋ผม รักขนอุยของผม ความเป็นผู้ใหญ่ที่ผมรอคอยกำลังก้าวเข้ามาหาผม ความรู้สึกที่ผมคิดว่าผู้ใหญ่เค้ารู้สึกที่เค้ามีความสุขกัน ผมก็รู้จักมันแล้ว ผมคึกคักตั้งแต่น้าสาวยังเดินออกมาไม่พ้นตัวบ้านเลย ผมอมยิ้มด้วยท่าทีที่รอคอย ความสุขขั้นสุดยอดกำลังจะมาเยือนผมอีกแล้วคราวนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ผมเฝ้ารอคอยให้เกิดขึ้น แต่… สิ่งที่ทำให้ไอ้จู๋ผมแทบหดคือ เงาที่ทอดน่องเดินตามหลังน้าสาวออกมามันเกิดขึ้นให้ได้เห็น ปกติจะไม่เป็นอย่างนี้ แสดงว่าครั้งนี้น้าสาวไม่ได้ออกมาคนเดียว ไม่นานนักก็โผล่ใบหน้าออกมาให้ได้เห็น ไม่ใช่ใคร พี่สาวนั่นเอง พี่สาวโผล่หน้าออกมาแค่ช่วงประตูหลังบ้าน ยังไม่ได้เดินโผล่ออกมาทั้งตัว ราว ๆ กับว่าแค่ชะโงกหน้าออกมาดูเท่านั้นเอง ผมหันตัวกลับพร้อมกับลงนั่งยอง ๆ กับพื้น เสื้อผ้าที่ไม่มีติดตัวเลยซักชิ้น ผ้าเช็ดตัวที่ไม่ได้ถือติดมือมาเหมือนแต่ก่อนทุกครั้งไปอยู่แล้ว ทำให้ไม่สามารถคว้าควานหาสิ่งของปกปิดร่างกายอันเปลือยเปล่าของผมได้เลย แต่ใช่ว่าไม่เคย ที่ผ่านมาในวัยเด็กกว่านี้ ผมกับน้องชายก็เคยแก้ผ้าให้น้าสาวและพี่สาวให้ได้เห็นเป็นปกติอยู่บ้างแล้ว ไม่เห็นจะต้องน่าอายอะไรขนาดนี้ แน่นอน ถ้าผมไม่รู้จักวิธีชักว่าว ไม่รู้รสแห่งความสุขสุดยอด ร่างกายยังไม่เปลี่ยนแปลง ขนอุยยังไม่ขึ้น ขนาดยังไม่ขยาย ผมก็อาจรู้สึกเป็นเรื่องปกติก็ได้ แต่นี่มันไม่ใช่ ผมอายสุด ๆ หาวิธีที่อยากจะหนีไปให้พ้น ๆ ด้วยความอาย น้าสาวให้เหตุผลที่พี่สาวเดินออกมาด้วย เนื่องจากตัวน้าสาวเองเป็นคนชวนหลังจากได้บอกกล่าวให้พี่สาวได้รับฟังเกี่ยวกับเรื่องราวในตัวผม ด้วยความอยากเห็นบ้างเพื่อประดับประสบการณ์ความรู้ น้าสาวจึงชวนพี่สาวเค้าออกมาด้วย พร้อมทั้งปลอบประโลมให้ทำตัวเป็นปกติเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องอาย เราเป็นญาติกัน ไม่ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน อะไรต่าง ๆ นา ๆ ที่น้าสาวเอ่ยปากออกมา เพียงแค่ให้ผมได้ทำทุกอย่างเหมือนเดิมที่ผ่านมา และโดยมีพี่สาวเป็นสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนเพื่อให้ได้เห็นให้ได้รู้บ้างก็เท่านั้น ฟังแล้วทุกอย่างก็ดูง่าย แต่ในความรู้สึกของผมนั้นมันยากเหลือเกินที่จะต้องทำอย่างนั้น จนทั้งน้าสาวและพี่สาวเดินออกมาอยู่ข้าง ๆ ตัวผมที่ล่อนจ้อนและนั่งยอง ๆ อยู่ จนผมเองต้องล้มตัวลงนั่งพับเพียบแทนด้วยความอายในสัดส่วนต่าง ๆ ของผมพร้อมด้วยการก้มหน้าก้มลำตัวลงไปข้างหน้าเพียงแค่ปกปิดไอ้จู๋ไม่อยากให้พี่สาวให้ได้เห็น ด้วยความอายที่ไม่คุ้นเคยกันมาในสภาพแบบนี้ น้าสาวขู่เล็กน้อยเมื่อเห็นผมไม่ยอมทำตามท่าเดียว เดี๋ยวบอกน้องนะ เดี๋ยวเรียกน้องออกมาดูด้วยเลยนะ เดี๋ยวจะบอกแม่ เดี๋ยวจะบอกพ่อ เดี๋ยวจะเล่าให้คนอื่นฟังให้หมดเลย ว่าที่ผ่านมาผมทำอะไรลงไปบ้าง ดูซิ คนอื่นจะเชื่อใคร คำขู่สลับกับการปลอบประโลม เงื่อนไขสลับกับการเสนอแนะวิธีการ สุดท้ายผมลุกขึ้นยืนด้วยมือของน้าสาวที่ยืนอยู่ด้านหลัง จับแขนผมทั้งสองข้างให้ลุกขึ้นยืน ผมเงยหน้าขึ้นก็พบกับพี่สาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าพอดี มือทั้งสองข้างของผมชูขึ้นเหนือหัวด้วยการชักจูงของน้าสาว กว่าจะหดมือหดแขนมากุมไอ้จู๋ที่หดตัวลงแล้วได้ พี่สาวก็จ้องมองพร้อมด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก สายตาที่มองด้วยความเอ็นดู เหมือนพี่แลดูน้อง แต่ผมอายแทบมุดแผ่นดินหนี ร่างกายอันเปลือยเปล่าล่อนจ้อนของผม ถูกสายตาพี่สาววัย 15-16 สอดส่องเก็บเกี่ยวสิ่งที่เห็นเข้าไปในเมมโมรี่สมองไว้เต็มที่แล้ว สุดท้ายของสุดท้าย เป็นอันว่าผมก็ได้หันหน้าหันลำตัวเผชิญหน้ากับพี่สาวและน้าสาวที่เฝ้ายืนดูอยู่เบื้องหน้า การปลุกเร้าอารมณ์ให้แข็งตัว ทั้งจากมือของน้าสาวและจากคำพูดให้ยิ่งประทุ แม้จะกลั้นใจบ้าง แต่ความรู้สึกอันเป็นธรรมชาติก็อดไม่ได้ที่จะส่งผลให้ไอ้จู๋ผมมันค่อย ๆ แข็งตัวขึ้นเรื่อย ๆ จนแข็งพร้อมเต็มที่ในที่สุด น้าสาวใช้มือนำร่องให้พี่สาวดูก่อนเป็นขวัญตา ตามด้วยการสั่งการให้ผมดำเนินการด้วยน้ำมือของตัวผมเองเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่ผ่านมา ตัดใจให้นิ่งลงได้บ้าง ความเงี่ยน ความสุข ความอยาก สิ่งเหล่านี้หลังไหลเข้ามาและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนมีระดับมากกว่าความละอาย สุดท้ายจบลงด้วยน้ำมือตัวเองจนเสร็จ จนพุ่งออกมาด้วยน้ำแห่งความสุขให้ทั้งพี่สาวและน้าสาวได้เห็นกันแบบจะ จะ เป็นที่ถนัดสายตาของทั้งสองยิ่งนัก แล้วครั้งนี้ก็ลงเอยด้วยการตักน้ำอาบเพียง 2-3 ขัน ฟอกสบู่ลวก ๆ ตามด้วยน้ำอีก 3-4 ขันด้วยความรวดเร็ว แล้วรีบแจ้นเข้าบ้านด้วยความอายอย่างสุดชีวิต ************************************************ ตามสูตรเลย มีครั้งแรกก็มีครั้งที่สอง มีครั้งที่สองก็มีครั้งที่สาม แล้วก็ตามด้วยครั้งที่สี่ที่ห้าต่อไป จนถึงตอนนี้ก็ยังมีความอายอยู่เหมือนเดิม แต่ความรู้สึกที่ได้รับระหว่างที่มีทั้งพี่สาวและน้าสาวอยู่ด้วยกันทั้งสองคน เทียบกับที่มีเพียงน้าสาวเพียงคนเดียว มันต่างกันมาก แบบมีอยู่ด้วยกันทั้งสองคนจะดูเร้าใจกว่าเป็นไหน ๆ แล้วเวลาตอนเสร็จ ก็มีความรู้สึกที่สุขสุด ๆ สุขสุดยอดกว่ากันเป็นไหน ๆ ส่วนน้องชายนั้น ไม่ได้หายไปไหน ตอนนี้มันเป็นกิจกรรมลับระหว่างน้าสาว พี่สาว แล้วก็ผม เราสามคนรอจังหวะที่ปลอดโปล่งจากผู้คน โดยเฉพาะตอนที่พ่อกับแม่ยังไม่กลับ ส่วนน้องชายก็ยังอยู่ในตัวบ้าน ทำงานบ้านบ้าง ทำการบ้านบ้าง เมื่อสถานการณ์และเวลาพร้อม พี่สาวกับน้าสาวเริ่มเป็นฝ่ายไปรอพร้อมอยู่แล้วที่หลังบ้าน ผมได้แต่เดินตามออกไป แล้วค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น ทีละชิ้น เมื่อล่อนจ้อนแล้วก็จัดการตามแบบฉบับ ทั้งมือตัวเอง ทั้งมือน้าสาว ตามด้วยการลิ้มลองรสสัมผัสที่พี่สาวอยากจะทดลอง อยากจะสัมผัส อยากจะรู้สึก ให้รู้ด้วยตัวเองว่าดุ้น ๆ ของเพศตรงข้ามมันเป็นอย่างไรบ้าง พร้อมด้วยการกำแล้วรูดมือเข้าออกตามที่น้าสาวเป็นคนสอนให้รู้จักทำ พี่สาวตื่นเต้นไม่เบาที่ได้สัมผัสและได้ทำท่าทางอย่างนั้น มันเป็นประสบการณ์ครั้งนึงที่พี่สาววัยเริ่มแตกเนื้อสาวได้ลิ้มลองรสสัมผัสกับสิ่งที่ไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน แม้จะเป็นของน้องที่มีอายุน้อยกว่าก็ตาม ตามจินตนาการของพี่สาวก็คิดว่าคงคล้าย ๆ กัน แต่ความรู้สึกภายในที่เกิดขึ้นกับตัวผมนั้น ไม่มีโอกาสได้เล่าได้บอกให้กับทั้งสองคนได้ฟังหรือรับรู้หรือสนองตอบแต่ประการใดเลย นั่นคือผมอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่ผมไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นเหมือนกัน ดูจะเป็นการเอาเปรียบเกินไปรึเปล่า ที่ทั้งน้าสาวและพี่สาวเป็นฝ่ายได้กระทำเพียงฝ่ายเดียว เป็นฝ่ายได้เห็นเพียงฝ่ายเดียว เป็นฝ่ายได้ประสบการณ์เพียงฝ่ายเดียว แต่ก็นั่นอีกแหละ ความรู้สึกนี้ก็คงเป็นแค่ความรู้สึกต่อไป ไม่อาจเอื้อนเอ่ยเป็นวาจาให้ทั้งสองได้ฟังได้ ************************************************ เคยไปชักว่าวด้วยตัวเองตอนอยู่คนเดียวตามลำพัง ความรู้สึกมันก็ไม่เหมือน มันรู้สึกไม่ถึงกึ๋น หลายครั้งทำท่าจะไม่เสร็จเอา ต้องพยายามสุด ๆ ถึงจะเสร็จได้ ความเหนื่อยล้า ความผิดหวัง ความท้อถอย ทำให้การชักว่าวด้วยตัวเองตามลำพังมีสถิติลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ คอยแต่เฝ้ารอให้สถานการณ์ทุกอย่างได้เอื้ออำนวย สำหรับน้าสาวและพี่สาวที่จะว่าง ที่จะอยากดู อยากจับ อยากสัมผัสอีกครั้ง ผมจะได้เสียวและกระสันจนถึงจุดสุขสุด ๆ ซักที ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากด้วยตัวเองที่ต้องการที่จะทำกิจกรรมแบบนี้ ซึ่งก็เหมือนเดิมแต่ไหนแต่ไร นาน ๆ ที ผ่านข้ามวัน ข้ามหลายวัน ผ่านข้ามสัปดาห์ ข้ามหลายสัปดาห์ จริงอยู่การรอคอยมันทำให้ทุกอย่างลุ้นสุด ๆ มันทำให้แต่ละครั้งมันมีคุณค่า อันนี้ผมเข้าใจ แต่ความเป็นจริง ผมแทบจะลงแดงให้ได้ ทำคนเดียวก็ไม่มัน ก็ได้แต่เฝ้ารอ รอ รอ และรอ

Comments are closed.