ผมขอเล่าประสบการณ์ของผมในตอนวัยรุ่น ตอนนั้นน่าจะกำลังเรียนมัธยมปลายอยู่ ผมไม่มีพ่อครับ พ่อเลิกกับแม่ตั้งแต่ผมอายุได้แค่ 1 ขวบ แม่ผมทำงานเป็นลูกจ้างประจำเทศบาล ผมจึงไม่ค่อยลำบากเรื่องการเรียนสักเท่าไรเพราะแม่เบิกค่าเล่าเรียนได้ ผมและแม่อยู่บ้านพักเทศบาลห้องแถวเก่า ๆ ก็มีความสุขดีตามอัตภาพ แต่เรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังคือ ห้องแถวที่ผมอยู่นั้นด้านหลังจะเป็นป่ารก ผมเองและเพื่อน ๆ ที่อยู่ในวัยเดียวกันมักชอบเข้าไปยิงนกดักกระรอกเป็นประจำในตอนกลางวัน เหตุการณ์ในวันนั้นผมยังจำได้ดี คืนนั้นมีหนังกลางแปลงแก้บนมาฉายผมและเพื่อน ๆ ก็ชวนกันไปดูหนัง ก่อนไปก็ขออนุญาตแม่ก่อน สถานที่หนังฉายห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโล หนังฉายไปได้ 1 เรื่องกว่า ๆ ผมง่วงนอนมากจึงกลับบ้านก่อน เพื่อน ๆ ยังไม่กลับเพราะหนังที่ฉายมีตั้ง 3 เรื่อง ผมเดินกลับตอนนั้นห้องแถวที่ผมอยู่ปิดไฟมืด ก็คงจะนอนหลับหรือบางห้องก็ไปดูหนังที่ฉายกัน ผมเดินอ้อมไปด้านหลังห้องแถวเกรงใจแม่ไม่อยากเคาะประตูเรียกแม่ เพราะด้านหลังผมใช้มือล้วงเข้าไปเปิดกลอนประตูได้ ผมเปิดกลอนประตูเข้าไป ในบ้านปิดไฟหมด เหลือแต่ห้องแม่ที่มีแสงไฟหรี่ลอดออกมาจากพื้นประตู ผมคิดว่าแม่คงยังไม่หลับกำลังจะเรียกแม่ว่าผมกลับมาแล้วยังไม่ทันที่จะเรียก แม่เลย ได้ยินเสียงแม่พูดออกมาว่า ในเมื่อมึงต้องการอย่างนี้ทุกอย่างถือว่าหายกันไป เสียงผู้ชายพูดตอบออกมาว่า ถ้าพี่ตกลงแบบนี้ตั้งแต่ทีแรกป่านนี้ก็เสร็จไปแล้ว ผมได้ยินงง สับสนไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำอะไรไม่ถูก แต่เสียงผู้ชายผมจำได้ว่าเป็นเสียงของน้องชายเพื่อนของแม่ที่อยู่ห้องแถวริม สุด เสียงแม่พูดประโยคสุดท้ายว่าจะทำอะไรก็ทำเดี๋ยวห้องข้าง ๆ และลูกชายกลับมา จากนั้นเสียงก็เงียบลงพร้อมกับแสงไฟในห้อง ผมเอาหูแนบกับข้างห้องสักพักได้ยินเสียงแม่ร้องครางออกมาเบา ๆ จากนั้นก็เป็นเสียงกระแทก สักพักใหญ่ ๆ แม่ก็หยุดร้องพร้อมกับไฟในห้องเปิด ผมรีบเดินไปหลบมุมตู้ทันที ผู้ชายเปิดประตูออกมาจากห้องนอนของแม่และรีบออกไปทางประตูด้านหลังทันที ผมไม่กล้าขยับไปไหนกลัวแม่จะเห็น สักพักแม่ก็นุ่งผ้าขนหนูเดินออกมาจากห้องไปเข้าห้องน้ำ ผมตัดสินใจเดินออกมาจากบ้านและเดินไปเรียกแม่ที่หน้าประตูบ้าน แม่เดินออกมาจากห้องน้ำเปิดประตูให้ผม ผมเองก็ทำเป็นบอกแม่ว่าง่วงนอนเลยกลับมาก่อน ผมไม่สนใจหรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับแม่ผม แต่ก็คิดในใจว่าแม่คงมีเหตุผลส่วนตัวของท่าน แต่สิ่งที่ผมกลัวคือความลับในเรื่องนี้ เพราะห้องแถวมีแต่พวกชอบนินทากัน ถ้าใครรู้เรื่องนี้มีหวังแม่ผมต้องถูกพวกนี้พูดกันมันปาก เพราะมันไม่ใช่เหตุการณ์แค่ครั้งเดียว มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนกลางคืนผมแอบแม่มาสูบบุหรี่ที่ในป่าหลังบ้าน ตอนนั้นแม่ผมกำลังซักผ้าอยู่หลังบ้าน ผมนั่งสูบบุหรี่อยู่ไกลกลัวแม่จะได้กลิ่นแต่ก็มองเห็นแม่ตลอดเพราะผมอยู่ใน ที่มืด ผมเห็นชายคนนั้นเดินผ่านไปทางแม่และพูดอะไรกับแม่ผมไม่รู้สองสามคำแล้วเดิน จากไป ตอนนั้นมันก็ค่อนข้างดึกแต่ละห้องก็ปิดไฟหมดแล้ว ผมเห็นแม่มองซ้ายมองขวาวางแปรงซักผ้าล้างมือแล้วเดินเข้าไปในป่าหลังบ้าน เยื้อง ๆ กับที่ผมนั่งสูบบุหรี่อยู่ ผมตัดสินใจดับบุหรี่แล้วค่อย ๆ เดินย่องไปทางที่แม่เดินเข้าไปอย่างเงียบ ๆ ที่สุด ผมไปแอบอยู่ตรงต้นไม้ใหญ่แสงสว่างจากดวงจันทร์ทำให้พอมองเห็น แม่ยืนพูดคุยกับชายคนนั้น ผมได้ยินชัดเพราะอยู่ห่างกันไม่ไกล แถมมันรกไปด้วยต้นไม้ แม่ผมพูดว่าเรื่องมันจบไปแล้วเมื่อคืนนั้นแล้วทำไมถึงต้องมาทำแบบนี้ น่าจะพูดรู้เรื่องกันแล้ว ชายคนนั้นพูดออกมาว่า ก็ผมติดใจพี่ลืมไม่ลง แม่ผมหันหลังจะเดินกลับเขาเข้าไปกอดแม่แม่เลย แม่ผมเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัว แถมตัวเขาก็สูงใหญ่กว่าแม่ผมมาก แม่พยายามดิ้นขัดขืนเขา มือเขาเองก็ไม่อยู่สุขทั้งควักทั้งล้วงแม่ผม จนมือเขาเข้าไปในกางเกงของแม่ผมได้ สักพักแม่ผมก็นิ่งไป เขาจึงดึงกางเกงแม่ผมออกและถอดกางเกงของตัวเองจับแม่ผมหันหลังและเอาอาวุธกด เข้าไปกระแทกจนเสร็จ ผมเองเกิดมาก็เพิ่งได้เห็นเรือนร่างแม่ก็ครั้งนี้ ปกติแม่ผมจะเป็นคนขาวมากแต่ก็ไม่เคยเห็นถึงขั้นนี้มาก่อน เขาทำเสร็จก็ยังไม่ยอมเลิกจับแม่ผมหันหน้ามาและยกเสื้อขึ้นดูดนมแม่ผมต่อ ตอนนั้นผมคิดว่าแม่ก็คงจะมีอารมณ์ไปด้วยเพราะแม่ยอมดูดปากกับเขาแต่ก็ไม่นาน เพราะแม่ผมผลักตัวเขาออกและพูดกับเขาว่าพอแล้วจากนั้นแม่ผมก็ดึงรีบใส่ กางเกงและเดินกลับเข้าไปในบ้านเลย ปัจจุบันนี้ผมมีครอบครัวแล้วซื้อบ้านที่อยู่ใหม่ แม่ผมก็แต่งงานใหม่กับฝรั่งใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอกจะกลับเมืองไทยก็ปีละ ครั้งกลับมาทีแม่ก็สังสรรค์ไปหาเพื่อนเก่า ๆ ของเขาบ้าง ไปเที่ยวที่โน้นที่นี้บ้าง เหตุการณ์สมัยนั้นผมจำได้ดีมาตลอดทุกวันนี้ผมก็ยังเจอชายคนนั้นอยู่เขาเองก็ ยังทำงานอยู่ที่เดิมเป็นลูกจ้างแต่ไม่ได้บรรจุเขาเองเจอผมก็ถามแต่เรื่องของ แม่ว่าจะกลับมาเมืองไทยเมื่อไรผมเองก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาแม่ผมกลับมาเมืองไทยแต่สามีของแม่ไม่ได้มาด้วย แม่ผมชวนเพื่อน ๆ เก่าไปเลี้ยงในร้านอาหารชายคนนั้นก็มาด้วย ผมและภรรยาขับรถพาแม่ไป ตกดึกภรรยาผมเธอง่วงนอนผมจึงบอกกับแม่ว่าผมขอไปส่งแฟนผมก่อนแล้วจะกลับมารับ แม่ ผมขับรถไปส่งภรรยาแล้วรีบกลับมารับแม่ที่ร้านอาหารยังไม่ทันได้จอดรถที่ลาน จอดรถเลย แม่ผมโทรมาบอกกับผมว่าไม่ต้องมารับแม่แล้วแม่กับเพื่อนจะไปเที่ยวต่อแล้วจะ ให้เพื่อนไปส่งแม่ที่บ้านเอง ผมไม่ได้บอกกับแม่ว่าผมมาถึงแล้วก็ได้แต่เฉย ๆ ผมมองไปทางหน้าร้านเห็นแม่เดินออกมากับชายคนนั้นแล้วขึ้นรถเก๋งเก่า ๆ ไปกับเขา ผมขับรถตามไปห่าง ๆ ก็ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะหยุดแล้วเพราะมันนานหลายปี เขาขับรถเข้าไปในบังกะโล ผมจึงขับรถกลับบ้านเลย ผมถึงหน้าบ้านใจก็เป็นห่วงแม่จึงโทรเข้าเครื่องของแม่ 3-4 ครั้งแม่ไม่รับสาย จนสักพักผมโทรเข้าไปใหม่แม่รับสาย แม่บอกกับผมว่าแม่มากินต่อบ้านเพื่อนคืนนี้คงนอนค้างที่บ้านเพื่อนพรุ่งนี้ สาย ๆ ค่อยกลับบ้าน ผมบอกตามตรงว่าผมไม่ค่อยได้คิดอะไรมากเพราะแม่ก็คือแม่ของผมความสุขของท่าน ก็ต้องปล่อยให้ท่านไป แม้แต่ก็ยังอดสงสารแม่ไม่ได้เพราะตอนสาย ๆ แม่กลับมาบ้านในสภาพเหมือนคนไม่ได้หลับได้นอนเพียงบอกกับผมว่าเพื่อน ๆ ของแม่เล่นดื่มกันจนเช้าแต่แม่ก็ไม่ได้ดื่มอะไรมากแอบหนีไปนอนห้อง เพื่อนอย่างเดียว

Comments are closed.